ข้าวกรอบสยาม Siamcrispyrice is on Facebook. To connect with ข้าวกรอบสยาม Siamcrispyrice, log in or create an account.
ข้าวกรอบสยาม Siamcrispyrice is on Facebook. To connect with ข้าวกรอบสยาม Siamcrispyrice, log in or create an account.

+66 85 565 1020

siamcrispyrice2013@hotmail.co.th

https://www.siamcrispyrice.com/

ข้าวกรอบสยาม ข้าวไรซ์เบอรี่อบกรอบ
กรอบ อร่อย ละลายในปาก ทานได้ทุกเพศทุกวัย
กรอบ อร่อย ละลายในปาก ทานได้ทุกเพศทุกวัย

Food & Beverage Company

ข้าวกรอบสยาม Siamcrispyrice
กระยาสารท อาหารว่างของโปรดของเด็กหนุ่มวัย 14 ปี “บิ๊ก ผุยมาตย์” ชอบมากจนเกิดแนวคิด
อยากผลิตอาหารว่างที่มีความคล้ายคลึงกับกระยาสารทขายเอง แต่ต้องมีความนุ่ม กรอบ และไม่เหนียวอย่างกระยาสารท
จึงต้องคิดหาเครื่องจักรที่จะสามารถนำมาใช้ในการอบข้าวอย่างที่ว่า จนได้รู้จักกับเพื่อนในห้องเรียนเมื่อครั้งที่ไปศึกษาต่อยังประเทศจีน
ซึ่งเพื่อนคนนี้ครอบครัวทำธุรกิจเปิดโรงงานรับผลิตเครื่องจักรสำหรับผลิตอาหารความฝันที่อยากทำธุรกิจผลิตอาหารก็ผุดขึ้นในทันที
จึงได้เข้าไปสอบถามและปรึกษาถึงเครื่องจักรที่สามารถอบข้าวได้ ในที่สุดก็ตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องจักรดังกล่าวในราคา 5 แสนบาท
โดยได้เงินลงทุนจากครอบครัวและของค่าเทอม และทำการเปิดธุรกิจผลิตอาหารว่างจำหน่ายในชื่อแบรนด์ “ข้าวกรอบสยาม”
“ผมกำหนดให้สินค้าของผมเป็นขนมกินเล่นสไตล์จีนโบราณ ที่ต่อยอดสูตรมาจากกระยาสารท มีรสชาติกลมกล่อม มีความกรอบ นุ่ม แต่ไม่เหนียวติดฟัน
มี 3 รสชาติให้เลือก ได้แก่ รสข้าวกรอบถั่วลิสง รสข้าวกรอบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และรสไรซ์เบอรี่งาขาว ส่วนผสมทุกอย่างผมเลือกใช้เฉพาะของที่มีคุณภาพทั้งหมด
สามารถเก็บไว้ได้นาน 2 - 3 เดือน และถ้าหากเก็บไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นจะยิ่งทำให้ขนมกรอบและอร่อยมากกว่าเดิม” คุณบิ๊ก กล่าวถึงผลิตภัณฑ์
ส่วนกระบวนการผลิต “ข้าวกรอบสยาม” เริ่มจากการใส่น้ำมันลงในกระทะขนาดใหญ่ แล้วเติมแบะแซ น้ำตาล ลงไปทำการเคี่ยวและกวนจนเข้ากัน
จากนั้นนำข้าวที่ผ่านการอบจนกรอบจากเครื่องจักร มาคลุกรวมกันและกวนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน การผลิตต้องใช้กำลังคนถึง 4 คน
เนื่องจากระทะกวนมีขนาดใหญ่มาก หลังจากนั้นนำไปอัดขึ้นรูปตามแบบพิมพ์ ก็จะได้ข้าวกรอบในรูปแบบสี่เหลี่ยมบรรจุลงกล่องเพื่อจำหน่ายต่อไป
คุณบิ๊กวางจุดขายให้กับ “ข้าวกรอบสยาม” เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพและอยู่ในกลุ่มอาหารเจนอกจากนี้ยังได้รับเครื่องหมายฮาลาลที่มาเลเซีย
โดยทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2556 จำหน่ายผ่านหน้าร้านขายขนม ของฝาก ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่เปิดมาก่อนอยู่แล้ว
ราคาขายที่มาเลเซียห่อละ100 บาท และกล่องละ 200 บาท ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์ขายดีมาก มียอดขายถึงหลักแสนบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ยังทำการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าที่ขายของฝาก ขายขนมทั่วๆ ไป ภายในรัฐมาโกต้าอีกด้วย ส่วนกำลังการผลิตสำหรับสาขาที่มาเลเซียประมาณ 1 พันกล่องต่อวัน
หลังจากนั้นจึงขยายฐานการผลิตและนำธรุกิจเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย ด้วยการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย ตามร้านขายของฝากร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ร้านกาแฟ อีกด้วย
“ข้าวกรอบสยามของผมเป็นสูตรที่ผมคิดขึ้นมาเอง รับรองได้ว่าเราเป็นเจ้าแรก เจ้าเดียวในเมืองไทยถึงแม้ว่าสินค้าของผมจะเป็นสินค้าน้องใหม่ในตลาดและตัวผมเองก็ยังอายุน้อยในการหันมาจับธุรกิจ
แต่ผมมองว่าสินค้าของผมสามารถขายได้ และเด็กรุ่นใหม่ก็สามารถทำธุรกิจได้ หากตั้งใจจริงและกล้าที่จะทำ ทุกวันนี้ผมสนุกทั้งในห้องเรียนและโลกกว้างจากการเป็นนักธุรกิจ
ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ผมก็มีความสุขมากจากการที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง” เจ้าของธุรกิจวัยเพียง 14 ปีกล่าว
กระยาสารท อาหารว่างของโปรดของเด็กหนุ่มวัย 14 ปี “บิ๊ก ผุยมาตย์” ชอบมากจนเกิดแนวคิด
อยากผลิตอาหารว่างที่มีความคล้ายคลึงกับกระยาสารทขายเอง แต่ต้องมีความนุ่ม กรอบ และไม่เหนียวอย่างกระยาสารท
จึงต้องคิดหาเครื่องจักรที่จะสามารถนำมาใช้ในการอบข้าวอย่างที่ว่า จนได้รู้จักกับเพื่อนในห้องเรียนเมื่อครั้งที่ไปศึกษาต่อยังประเทศจีน
ซึ่งเพื่อนคนนี้ครอบครัวทำธุรกิจเปิดโรงงานรับผลิตเครื่องจักรสำหรับผลิตอาหารความฝันที่อยากทำธุรกิจผลิตอาหารก็ผุดขึ้นในทันที
จึงได้เข้าไปสอบถามและปรึกษาถึงเครื่องจักรที่สามารถอบข้าวได้ ในที่สุดก็ตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องจักรดังกล่าวในราคา 5 แสนบาท
โดยได้เงินลงทุนจากครอบครัวและของค่าเทอม และทำการเปิดธุรกิจผลิตอาหารว่างจำหน่ายในชื่อแบรนด์ “ข้าวกรอบสยาม”
“ผมกำหนดให้สินค้าของผมเป็นขนมกินเล่นสไตล์จีนโบราณ ที่ต่อยอดสูตรมาจากกระยาสารท มีรสชาติกลมกล่อม มีความกรอบ นุ่ม แต่ไม่เหนียวติดฟัน
มี 3 รสชาติให้เลือก ได้แก่ รสข้าวกรอบถั่วลิสง รสข้าวกรอบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และรสไรซ์เบอรี่งาขาว ส่วนผสมทุกอย่างผมเลือกใช้เฉพาะของที่มีคุณภาพทั้งหมด
สามารถเก็บไว้ได้นาน 2 - 3 เดือน และถ้าหากเก็บไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นจะยิ่งทำให้ขนมกรอบและอร่อยมากกว่าเดิม” คุณบิ๊ก กล่าวถึงผลิตภัณฑ์
ส่วนกระบวนการผลิต “ข้าวกรอบสยาม” เริ่มจากการใส่น้ำมันลงในกระทะขนาดใหญ่ แล้วเติมแบะแซ น้ำตาล ลงไปทำการเคี่ยวและกวนจนเข้ากัน
จากนั้นนำข้าวที่ผ่านการอบจนกรอบจากเครื่องจักร มาคลุกรวมกันและกวนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน การผลิตต้องใช้กำลังคนถึง 4 คน
เนื่องจากระทะกวนมีขนาดใหญ่มาก หลังจากนั้นนำไปอัดขึ้นรูปตามแบบพิมพ์ ก็จะได้ข้าวกรอบในรูปแบบสี่เหลี่ยมบรรจุลงกล่องเพื่อจำหน่ายต่อไป
คุณบิ๊กวางจุดขายให้กับ “ข้าวกรอบสยาม” เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพและอยู่ในกลุ่มอาหารเจนอกจากนี้ยังได้รับเครื่องหมายฮาลาลที่มาเลเซีย
โดยทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2556 จำหน่ายผ่านหน้าร้านขายขนม ของฝาก ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่เปิดมาก่อนอยู่แล้ว
ราคาขายที่มาเลเซียห่อละ100 บาท และกล่องละ 200 บาท ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์ขายดีมาก มียอดขายถึงหลักแสนบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ยังทำการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าที่ขายของฝาก ขายขนมทั่วๆ ไป ภายในรัฐมาโกต้าอีกด้วย ส่วนกำลังการผลิตสำหรับสาขาที่มาเลเซียประมาณ 1 พันกล่องต่อวัน
หลังจากนั้นจึงขยายฐานการผลิตและนำธรุกิจเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย ด้วยการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย ตามร้านขายของฝากร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ร้านกาแฟ อีกด้วย
“ข้าวกรอบสยามของผมเป็นสูตรที่ผมคิดขึ้นมาเอง รับรองได้ว่าเราเป็นเจ้าแรก เจ้าเดียวในเมืองไทยถึงแม้ว่าสินค้าของผมจะเป็นสินค้าน้องใหม่ในตลาดและตัวผมเองก็ยังอายุน้อยในการหันมาจับธุรกิจ
แต่ผมมองว่าสินค้าของผมสามารถขายได้ และเด็กรุ่นใหม่ก็สามารถทำธุรกิจได้ หากตั้งใจจริงและกล้าที่จะทำ ทุกวันนี้ผมสนุกทั้งในห้องเรียนและโลกกว้างจากการเป็นนักธุรกิจ
ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ผมก็มีความสุขมากจากการที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง” เจ้าของธุรกิจวัยเพียง 14 ปีกล่าว



